top of page
basic_bg.jpg
Search

[HOW TO#2] Live STREAM101

Updated: Jan 12, 2023

ทักทายชาว Kreative Friends!

สวัสดีครับ Boby26 กลับมาอีกครั้งตามสัญญา วันนี้เราจะมาต่อกันกับ "โปรแกรมสำหรับการ Live-Stream" กันครับผม


ในการไลฟ์สตรีมนั้นสิ่งที่สำคัญมากพอ ๆ กับไอเดียที่สดใหม่ก็คือเครื่องมือที่คุณต้องการเพื่อสร้างสรรค์ไอเดียที่ว่านั้น ซึ่งถ้าหากการเลือกแพลตฟอร์มเหมือนการเลือกฐานที่มั่น การเลือก Content เหมือนการเลือกอาวุธ การเลือกโปรแกรมสำหรับไลฟ์ก็เหมือนกับการเลือกช่างตีเหล็กมากความสามารถที่จะปรับแต่งหน้าตาและประสิทธิภาพผลงานโดยรวมของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นนั่นเอง

  • OBS

Open Broadcaster Software หรือ OBS ที่หลายคนน่าจะคุ้นชินนั้น เป็นโปรแกรมที่เหมาะทั้งการใช้งานในรูปแบบของการอัดวิดีโอและการไลฟ์สตรีม ซึ่งตัวโปรแกรมสามารถที่จะอัดการกระทำต่าง ๆ บนหน้าจอรวมถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆเช่นกล้อง Webcam ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบ Windows, MacOS ไปจนถึงระบบ Linux นับว่าเป็นโปรแกรมที่ใช้งานได้ครอบคลุมอย่างมาก และด้วยความใช้งานง่ายนี้เอง OBS จึงเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่เหมาะสมสำหรับการสร้าง Content ของเหล่า Creator เลยล่ะ

  • Streamlabs

Streamlabs นั้นเรียกได้ว่าเป็นโปรแกรมที่มีฟีเจอร์สำหรับการไลฟ์สตรีมที่หลากหลายเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็น การแจ้งเตือนขึ้นบนหน้าไลฟ์สตรีม การปรับแต่งธีมโดยรวมของช่อง การปรับแต่งหน้าต่างต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่าละเอียดถึงขั้นผู้ใช้งานหากมีความรู้เรื่องการเขียนโปรแกรมแล้ว สามารถที่จะเขียนแก้ไขโค้ดบางส่วนของตัวโปรแกรมฟีเจอร์ต่างๆได้เองเลยทีเดียว นอกจากนั้นการยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับบัญชี Youtube, Twitch, Facebook เพื่อรับการซัพพอร์ตจากทางทีมงานได้โดยตรงอีกด้วย นับว่าเป็นอีกตัวเลือกที่ดีสำหรับ Creator ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าเลยทีเดียว


ซึ่งในการสอนครั้งนี้ ผมได้เลือก Streamlabs ในการไลฟ์สตรีมนะครับ

  • การสมัครใช้งาน Streamlab

เมื่อเข้าไปยังหน้า Login ของตัวเว็บไซต์ ซึ่งจะสามารถ Login ด้วย Streamlabs ID หรือ Login ด้วย ID ของแพลตฟอร์มที่เราได้เลือกใช้งานก็ได้ โดยผมแนะนำว่าให้ทำการ Login ด้วย ID แพลตฟอร์มจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเนื่องจาก ภายในเว็บไซต์นั้นมีการปรับแต่งมากมาย เช่น ธีม การแจ้งเตือน ซึ่งหากเรา Login ด้วยแพลตฟอร์มนั้นจะช่วยลดความยุ่งยากในการตั้งค่าต่าง ๆ ได้อย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการแจ้งเตือนแบบขึ้นหน้าจอระหว่างไลฟ์สตรีม

  • การเพิ่มองค์ประกอบต่างๆบนหน้าจอ

ต่อมาเราจะมาพูดกันถึงเรื่องการเพิ่มองค์ประกอบลงบนหน้าไลฟ์สตรีมกัน โดยเริ่มแรกให้ทำการกดปุ่ม + ข้างคำว่า Sources เมื่อเปิดขึ้นมาจะพบว่ามีตัวเลือกมากมายให้ได้ลองเล่นไม่ว่าจะเป็น Webcam, Display, Browser ซึ่งเราจะมาพูดกันในเรื่องที่สำคัญก่อนนั่นก็คือเกี่ยวกับสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ

อันนี้คือหน้าตาของโปรแกรมนะครับ


โปรแกรมที่ต้องการถ่ายทอด

โดยจะเลือกใช้ได้สองแบบ คือแบบแรกการใช้ Display ซึ่งโปรแกรมจะทำการจับภาพหน้าจอทั้งหมด โดยไม่สนว่าจะเปิดโปรแกรมใดไว้บ้าง ซึ่งบางทีข้อมูลละเอียดอ่อนเช่นการชำระเงินต่าง ๆ อาจจะติดเข้ามาด้วยผมจึงไม่แนะนำวิธีนี้เท่าไหร่ ยกเว้นในกรณีที่โปรแกรมที่ต้องการจับภาพไม่สามารถจับโดยเฉพาะได้ ตัวเลือกที่สองคือการจับภาพเฉพาะโปรแกรมนั้น โดยจะใช้เป็น Program แทน ซึ่งการใช้ Program นั้นจะทำการจับภาโปรแกรมนั้น ๆ เพียงอย่างเดียว ต่อให้โปรแกรมที่เราจับภาพอยู่จะถูโปรแกรมอื่นบัง ภาพที่ถ่ายทอดออกไปก็จะมีเพียงโปรแกรมที่เราต้องการเท่านั้น


เสียงภายในเครื่อง

ในกรณีที่ต้องการจะให้เสียงภายในเครื่องไม่ว่าจะเป็น เสียงเกม เสียงเพลง นั้นถ่ายทอดออกไปพร้อมกันนั้นสามารถทำได้โดยการเพิ่ม Audio Output Capture ซึ่งจะทำการจับเสียงทั้งหมดที่ออกมาจากลำโพงหรือหูฟังที่ได้ตั้งค่าไว้และทำการถ่านทอดออกไปในการไลฟ์สตรีมได้ ซึ่งเราสามารถที่จะปรับแต่ตัวเสียงต่าง ๆ ผ่าน Flitter ที่โปรแกรมเตรียมไว้ให้ได้


เสียงภายนอกเครื่อง

แน่นอนคือเสียงจากไมค์นั่นเองโดยสามารถเพิ่มได้โดยการเลือก Audio Input Capture ซึ่งจะสามารถปรับแต่ได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Noise suppresser ที่จะทำการตัดเสียงรบกวนออกไป Gain สำหรับขยายขอบเขตของตัวรับเสียงให้สามารถรับเสียงได้มากขึ้นเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับคนที่เสียงค่อนข้างเบา หรือรวมไปถึงการจำกัด Limit ของเสียงไม่ให้ดังไปมากกว่าค่าที่ได้กำหนดไว้ เรียกว่าปรับแต่งเสียงอย่างเดียวนี่ก็อาจจะหมดวันได้เลย


การตั้งค่าเกี่ยวกับ Output หน้าจอ

ในส่วนนี้นับเป็นส่วนสำคัญของการตั้งค่าสำหรับการไลฟ์สตรีมโดยจะเข้าไปตั้งค่านั้นให้เลือกไปที่ Setting รูปเฟืองมุมซ้ายล่างของโปรแกรม Streamlabs เมื่อเข้ามาให้เลือกไปที่ Output โดยปกติจะตังค่าในโหมด Advanced เพื่อให้สามารถตั้งค่าได้ละเอียดมากขึ้น โดยจะขออธิบายเฉพาะข้อที่มีความสำคัญและเห็นผลชัดเจนแยกเป็นข้อเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจครับ

Encoder

สำหรับ Encoder นั้นก็คือระบบที่จะทำการแปลงภาพและเสียงที่เรากำลังจับอยู่เป็นข้อมูลเพื่อถ่ายทอดไปสู่ผู้ชมนั่นเอง โดยจะมีตัวเลือกหลักสองแบบคือ Software และ Hardware โดย Software นั้นจะใช้โปรแกรม Streamlab ในการเข้ารหัสทำให้มีการใช้ CPU เป็นหลัก จะเหมาะสำหรับการใช้ในคอมระดับกลางที่ GPU ไม่ได้มีประสิทธิภาพที่สูงมากนัก ในขณะที่ Hardware นั้นจะใช้ GPU ในการเข้ารหัสทำให้การใช้ CPU ลดลงเพื่อให้การทำงานโดยรวมของคอมพิวเตอร์มีความเสถียรมากขึ้น คำแนะนำของผมในส่วนนี้คือในกรณีที่คอมพิวเตอร์ของเรานั้นไม่ได้มี GPU ที่ประสิทธิภาพสูงมากนั้นการเลือกใช้ Software จะช่วยให้ GPU ไม่รับภาระหนักจนเกินไปและแสดงประสิทธิภาพในการสร้างภาพได้อย่างเต็มที่ กลับกันหากมีคอมพิวเตอร์ที่แระสิทธิภาพสูงมากพออาจจะใช้เป็น Hardware เพื่อให้ CPU ได้ลดภาระการ Encoder เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของโปรแกรมต่าง ๆ ที่เรากำลังใช้อยู่


Rate Control

เป็นหัวข้อเกี่ยวกับการควมคุม Bit Rate ของการไลฟ์สตรีมหรือการอัดวิดีโอนั้น ๆ โดยจะแบ่งได้หลายแบบ แต่ปกติแล้วจะใช้กันเป็นหลักคือ CBR หรือ VBR

CBR จะเป็นการควบคุม Bit Rate ให้คงที่ไว้เสมอ ซึ่งจะเห็นผลได้ชัดเจนในกรณีที่ภาพมีความซับซ้อนมาก ทำให้ในกรณีที่ปรับค่าไว้สูงเกินไปจะทำให้ไฟล์มีขนาดที่ใหญ่มากขึ้นและหากตั้งค่าไว้น้อยเกินไปคุณภาพของวิดีโอนั้นก็จะแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

VBR จะเป็นการควบคุมแบบปรับไปตามความซับซ้อนและโครงสร้างของวิดีโอนั้น ซึ่งขณะที่ภาพไม่มีความซับซ้อน Bit Rate ที่ใช้จะลดลงและหากภาพซับซ้อนมากขึ้นการใช้ Bit Rate ก็จะมากขึ้น


Bitrate

คือประมาณของข้อมูลที่จะทำการส่งออกไปจากคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งในคอมพิวเตอร์ระดับกลางตั้งค่าไว้ที่ 4000 - 6000 ก็เพียงพอต่อการไลฟ์สตรีมแบบ 1080p แล้ว แต่ในกรณีที่คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นแรงมากก็สามารถที่จะตั้งไว้สูงกว่านั้นได้


Preset

เป็นการตั้งค่าให้โปรแกรมเลือกประสิทธิภาพโดยรวมของการทำงานของตัวโปรแกรมเอง โดยในคอมระดับกลางอาจจะเลือกเป็น Performance หรือ Low Latency เพื่อให้คอมพิวเตอร์ไม่รับภาระหนักจนเกินไปและสำหรับคอมพิวเตอร์ระดับสูงอาจจะเลือกเป็น Quality หรือ Max Quality เพื่อคุณภาพสูงสุดของวิดีโอ


การทำงานรวมกับโปรแกรมและเว็บอื่น ๆ

โดยผมจะขอยกตัวอย่างเป็นบริการของ Tipme บริการรับโดเนทสำหรับ Creator ที่อาจจะยังไม่มีชื่อเสียงมากนักหรือยังไม่ผ่านเงื่อนไขการสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มนั้น ๆ โดยระบบของ Tipme นั้นสามารที่จะให้โปรแกรมแจ้งเตือนและอ่านข้อความของผู้โดเนทได้ เรียกได้ว่าเป็นประโยชน์มากสำหรับ Content creator หน้าใหม่ โดยการทำงานร่วมกับเว็บไซต์ Tipme นั้นสามารถทำได้โดยการเลือกเพิ่ม Browser Source เข้ามาใน Scene จากนั้นให้ทำการ Copy ลิงค์ที่ทาง Tipme เตรียมไว้และนำมาวางในตัว Browser Source ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยพร้อมรับโดเนทกันได้เลย


ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและการแก้ไขในขั้นตอนนี้

  • การแจ้งเตือนขึ้นหน้าจอไม่ขึ้น

เป็นปัญหาที่ Creator หน้าใหม่กุมขมับกันมาหลายคนเลยทีเดียว โดยตัวปัญหานั้นแบ่งได้สองข้อ ข้อแรกคือการวาง Layer ของ Sources โดยถ้าเราต้องการให้การแจ้งเตือนขึ้นที่หน้าจอ ให้เราทำการเลื่อน Layer ของการแจ้งเตือนนั้นมาไว้ข้างบนสุดเท่านี้ก็เรียบร้อย ข้อต่อมาคือลิงค์ของตัวเว็บไซต์นั้น ๆ อาจจะเกิดความเสียหาย ให้ทำการขอลิงค์ใหม่จากทางเว็บไซต์และนำม่วางใน Browser Source ใหม่ก็จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้


รายละเอียดอาจจะเยอะสักหน่อย แต่ถ้าช่วยให้เพื่อน ๆ เข้าใจและนำไปทำตามได้ง่าย ผมก็ดีใจมากเลยครับ :))


ต่อไป ผมก็มี Tips แนะนำในการใช้งานเพิ่มเติมมาฝากเพื่อน ๆ ด้วยครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้ได้ครับผม


  • การใช้เพลง

สำหรับการไลฟ์สตรีมนั้นหากไร้ซึ่งเสียงเพลงไลฟ์นั้นคงจะน่าเบื่อน่าดูใช่ไหมครับ แต่ในหลาย ๆ แพลทฟอร์มการใช้เพลงเองก็มีข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ที่เข้มงวดเหลือเกิน ซึ่งบางครั้งอาจจะสร้างปัญหาที่รุนแรงถึงขั้นช่องโดนปิดกันเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังกุมขมับกับการหาเพลงใช้ระหว่างไลฟ์ไม่ได้ผมมีวิธีแก้ไขปัญหานี้มาแนะนำกันครับ วิธีการแรกเลยก็คือการใช้เพลงที่ Youtube จัดหาไว้ให้นั่นเอง โดยเพียงแค่เข้าไปยังหน้า Youtube Studio และกดไปยังหัวข้อ คลังเพลงและเสียง ซึ่งในหน้านี้สามารถที่จะเลือกหรือกรองได้ทั้ง อารมณ์ แนวเพลง ศิลปิน ไปจนถึงความยาวของเพลงกันเลยทีเดียว แต่ถ้าหากใครคิดว่าเพลงของ Youtube ไม่ค่อยถูกใจหรือเพลงมีน้อยจนเกินไปเรามาดูวิธีถัดมากันดีกว่า วิธีที่ว่านี้ก็คือการใช้บริการผู้ให้บริการเกี่ยวกับเพลงโดยเฉพาะ เช่น Epidemic Sound ซึ่งจะใช้หลักการในการเช่าลิขสิทธิ์ของเพลงและเสียงประกอบต่างๆที่ผู้ให้บริการได้ทำการถือครองอยู่นั่นเองครับผม โดยจะมีทั้งแบบรายเดือนไปจนถึงเหมารายปีกันเลยทีเดียวซึ่งก็จะมีหลายแพคเกจหลายราคาให้เลือกใช้งานได้ตามที่ชอบเลย โดยบางแพคเกจนั้นคิดราคาเฉลี่ยออกมาต่อวันเพียงแค่ 10 บาทเท่านั้นเองเรียกได้ว่าคุ้มสุด ๆ ไปเลยนะเนี่ย


  • การอ่านแชตระหว่างไลฟ์สตรีม

สำหรับการอ่านแชทระหว่างการไลฟ์สตรีมนั้นในบางครั้งอาจจะเกิดความหน่วงของแชทจากโปรแกรมสำหรับการไลฟ์อย่าง Streamlab กับ Youtube ได้ ในกรณีนี้การเปิดหน้า Analysis ไว้ตรงด้านขวาของหน้านี้จะมีช่องแชทที่มีความสเถียรและเรียลไทม์มากกว่า จึงจะเป็นกรสะดวกกว่าถ้าจะอ่านช่องแชทจากหน้าต่างนี้


  • การไลฟ์สตรีมไม่เสถียร

ในการไลฟ์สตรีมนั้นสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกๆเลยคือเครือข่ายของอินเทอร์เน็ตที่มีค่าการอัพโหลดที่มากพอสำหรับการยิงสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ของเราเพื่อทำการถ่ายทอดภาพของเราไปยังผู้ชมที่อยู่ทุกที่ทั่วโลก ซึ่งปัญหาที่ทำให้เหล่า Creator ถึงกับน้ำตาไหลเป็นเลือดกันมานักต่อนักก็คืออินเทอร์เน็ตหลุดระหว่างการไลฟ์สตรีมหรือที่ฝั่งผู้ชมมักจะพูดกันติดปากว่า หมุน หรือ บิน นั่นเอง ซึ่งเราสามารถที่จะแบ่งปัญหานี้ได้สองข้อใหญ่ นั่นก็คือหนึ่ง ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และสอง การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยหากเป็นปัญหาในข้อแรกให้ทุกคนลองเช็คดูก่อนว่าในพื้นที่อยู่อาศัยของตัวเองนั้นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเจ้าไหนสามารถปล่อยสัญญาณได้เสถียรที่สุดค่อยติดต่อใช้บริการ และสำหรับปัญหาจากข้อถัดมาผมเชื่อว่าหลายคนใช้การเชื่อมต่อเครือข่าย Wifi ในการเชื่อมต่อซึ่งปัญหาส่วนใหญ่จะมาจากการที่ Wifi ล่มลงไปทำให้อินเทอร์เน็ตหลุดไปพร้อมกันผมจึงมีแนะนำสองทางสำหรับการแก้ไขปัญหานี้

ข้อแรก คือลองเปลี่ยนการเชื่อมต่อเป็นการใช้สาย LAN เนื่องจากการเชื่อมต่อด้วยสาย LAN นั้นให้ความเสถียรของอินเทอร์เน็ตที่มากกว่า Wifi ซึ่งจะช่วยเรื่องความเสถียรของอินเทอร์เน็ตได้ในระดับหนึ่ง

ข้อสอง นั้นจะเป็นวิธีที่เพิ่มค่าใช้จ่ายมากขึ้นแต่เป็นทางที่ Creator ที่ใช้การไลฟ์สตรีมเป็นการสร้างรายได้หลักใช้อย่างกว้างขวาง ก็คือการสมัครอินเทอร์เน็ตสองเครื่อข่าย โดยประโยชน์ที่จะได้รับเลยก็คือในกรณีที่อินเทอร์เน็ตของเจ้าหนึ่งล่มไปก็ยังคงมีอีกตัวรองรับ ซึ่งกรณีที่ทั้งสองเครือข่ายจะล่มไปพร้อมกันนั้นถือว่าเกิดได้ค่อนข้างยากเลยทีเดียว


  • เสียงกระทบของโต๊ะเข้าไมค์

เคยไหมครับตั้งค่าทั้งตัวไมค์ทั้งโปรแกรมให้ตัดเสียงรบกวนอย่างดีแต่พอไลฟ์หรืออัดวีดิโอจริงดันมีเสียงเคาะของโต๊ะอยู่ในวีดิโอของเราซะอย่างนั้น สาเหตุของเจ้าเสียงนี้จริงๆแล้วมาจากการกระทบและการสั่นสะเทือนของตัวโต๊ะนั่นเองครับ วิธีแก้ไขที่ผมแนะนำได้เลยก็คือวิธีแรกพยามตั้งค่าตัดเสียงรบกวนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือหากยังไงเจ้าเสียงนี้ก็ยังไม่หายเราอาจจะต้องพึ่งอุปกรณ์กันแล้วล่ะ ซึ่งก็คือการใช้ขาต่อไมค์นั่นเอง ซึ่งขาต่อไมค์ที่ผมพูดถึงนี้แค่ใช้เพียงแค่ขาต่อไมค์ราคาย่อมเยาว์จากเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ทั่วไปก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้แล้วครับ ซึ่งตัวขาต่อและตัวไมค์ที่มีขนาดมาตรฐานนั้นสามารถต่อกันได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน โดยวิธีการง่าย ๆ ก็คือพยายามติดขาตั้งไมค์ให้ห่างจากโซนที่เราใช้ทำงานเป็นประจำ เช่น เมาส์ คีย์บอร์ด เมาส์ปากกา แล้วจัดการบิดข้อต่อของขาต่อไมค์ให้ตัวไมค์โน้มมาที่ปากของเราโดยที่ตัวของไมค์นั้นลอยอยู่ห่างจากพื้นโต๊ะนั่นเอง ยิ่งขาไมค์ที่ราคาสูงหน่อยหรือออกแบบมาอย่างดีนี่สามารถดัดล็อคได้หลายทิศหลายมุมเลยนะ นับว่าสะดวกในการจัดพื้นที่ทำงานอย่างมาก ง่าย ๆ แค่นี้ก็บอกลาเสียงกระทบของโต๊ะได้เลย


เป็นยังไงกันบ้างครับ How To Live-Stream สำหรับเพื่อน ๆ นักวาดที่ริเริ่มอยากเพิ่มช่องทางในการติดตาม หวังว่าจะช่วยเพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ


ก่อนจากกัน ผมขออนุญาตโปรโมตช่องทางในการติดตามผลงานของผมด้วยนะครับ 😂

► Youtube : https://www.youtube.com/@boby26

► FB Page : https://www.facebook.com/Boby26channel

► Twitter : https://twitter.com/Boby26Channel

► DeviantArt : https://www.deviantart.com/iboby26i

► Pixiv : https://www.pixiv.net/en/users/76200551


ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้านะครับ

😻KP Learning Space|🔴Boby26

Explore the Artist in you.










29 views0 comments

Comments


bottom of page